Tuesday, December 14, 2010

ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลขยับตัวไม่ได้


จ. ๑๓ ธ.ค. ๕๓

๒๒.๐๐ น.
นั่งเก็บงานเตรียมขึ้นบอร์ดพรีเซ้นท์เสร็จลากตัวเองขึ้นไปบนเตียงพร้อมชุดที่ใส่มาทั้งวัน : กางเกงยีนส์รัดขาสุดๆ ถุงเท้าเทนนิสหนาๆ เสื้อแขนยาวสองชั้น เปลือกตาที่เปื้อนอายชาโดว์

ขณะนั้นในใจคิดได้เพียงว่าตัวเองเข้าใจคนป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาลตลอดเวลามากขึ้นจม โดยเฉพาะคนป่วยที่รู้สึกตัวแต่ขยับร่างกายไม่ได้ ฉันเองในคืนนั้นแค่จะเอื้อมมือไปถอดกางเกงที่มันรัดทรมาน แค่ลากผ้าห่มมาห่มให้หายหนาว แค่กลิ้งตัวควานหาแก้วน้ำเพื่อกินน้ำ...ยังทำไม่ได้สักอย่าง

ฉันนอนเป็นอัมพาต ไม่มีแรง ลมหายใจร้อนผ่าว ไข้คงขึ้นสูงมากเข้าไปแล้ว อยากรู้จังว่าไข้สูงเท่าไหร่ พยายามรวบรวมพละกำลังที่แทบไม่มีกดไอโฟน เพื่อหา app ดูว่าจะมี app วัดไข้หรือไม่....ไม่มี ไอโฟนไม่มีแอพวัดไข้ ฉันได้แต่คิดถึงตอนเด็กๆไม่สบายอยู่กับบ้าน แม่จะมีปรอทไฟฟ้าอันนึงเอามาจิ้มใต้ลิ้นแล้วตัวเลขก็จะขึ้น ไม่รู้ป่านนี้ปรอทนั้นจะยังอยู่มั้ย อยู่ที่ไหนของบ้านกันนะ ฉันไม่รู้ว่าคืนนี้ไข้ฉันขึ้นสูงไปเท่าไหร่ ฉันนอนหายใจรวยรินจนถึง

๐๒.๐๐ น.

ฉันขยับตัวไม่ได้ ฉันจึงทำได้แค่แผ่เมตตาให้คนที่ป่วยขยับตัวไม่ได้ที่ต้องนอนโรงพยาบาลทุกคน คงฟังดูตลกคาเฟ่มากเลยสินะกับการที่ฉันป่วยจนขยับตัวไม่ได้แล้วแก้ปัญหาด้วยการแผ่เมตตาให้ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลที่ขยับตัวไม่ได้ ไม่เลยนะ มันไม่ตลกเลยสำหรับฉันในคืนนั้น มันคือสิ่งเดียวที่ฉันทำได้จริงๆ เป็นสิ่งเดียวที่ทำได้และนำความสุขมาให้

ใกล้ตีสามฉันรวบรวมแรงที่คิดว่าเป็นเฮือกสุดท้ายคว้านไปหยิบพารามา กินพาราเข้าไปสักพักเหงื่อออกเยอะมาก ดีใจจัง คงจะดีขึ้นเร็วๆนี้...เปล่า ฉันตื่นมาตอน ๐๘.๐๐ น. ต้องกินพาราอีกครั้ง พร้อมกับเริ่มกินยาอะม๊อกซี่สำหรับอาหารมื้อเช้า

ฉันไม่มีอาหารมื้อเช้า....

ตายหละหว่า จะกินยาได้ยังไง นอนคิดไปคิดมาก็เจอกล้วยหอมที่น้องน้ำซื้อมานานเน่าไปได้ช่วงนึงแล้วแต่ยังไม่มีใครไปเอาทิ้ง คิดกับตัวเองในใจว่าต้องเข้มแข็งลุกไปหยิบกล้วยหอมเน่ามากินให้ได้ พาราเริ่มออกฤทธิ์ เหงื่อออกแล้ว ว้าว คราวนี้รู้สึกดีขึ้นมากเลย ไม่รู้สึกเหมือนคนป่วยนอนโรงพยาบาลขยับตัวไม่ได้แล้ว แล้วก็ไปเอากล้วยหอมมากินดีกว่า

วันเวลาผ่านไปในตอนกลางวันด้วยดี ฉันมีไข้เป็นระยะๆ แต่กินพาราก็ช่วยระงับได้ตลอด

ตกค่ำ เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว

ฉันว่าฉันควรรีบอาบน้ำก่อนแล้ววันนี้ก่อนที่ไข้จะกินหนักจนเป็นคนป่วยในโรงพยาบาลขยับตัวไม่ได้อีก
พรุ่งนี้ต้องเดินทางไปหลายที่ซะด้วยสิ หวังว่าอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆนะ ฉันไม่อยากไปหาหมอที่โรงพยาบาลแล้ว หมอคิดเงินแพง...

จี

4 comments:

  1. ตอนแกป่วยนี่หละ น่าเป็นห่วงที่สุด รู้ตัวรึป่าว

    ReplyDelete
  2. ฮือๆๆ ก็เค้ามะมีคนดูแลนิตัวเอง
    สนใจเลิกเรียนมาดูแลเค้าปะหละ
    วะ ฮ่า ฮ่า

    ReplyDelete
  3. กรูคนนั้นJanuary 26, 2011 at 2:01 PM

    แกบอกผิดคนป่าววะ

    หรือถ้าจะให้เค้าไปดูแล
    แกคงต้องส่งเสียเลี้ยงดูเค้าแล้วหละหยะ ฮ่าๆๆๆๆๆ

    ReplyDelete
  4. แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับไปแล้ว
    เหลือเวลาป่วยที่นี่อีกไม่นานหรอก คงไม่บ่อยสักเท่าไหร่ ไม่มีปัญหา!

    ReplyDelete