Monday, November 15, 2010

ที่จริงมันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น


วันนี้ฉันเข้านอนเร็วกว่าปกติเมื่อตอนสี่ทุ่มและตื่นขึ้นมาอีกทีตอนตีสอง ทว่าแปลกที่ไม่รู้สึกง่วงเหงาเศร้าซึม คิดว่าคงเป็นได้หลับไปเพราะสมาธิ(ขอบคุณเพื่อนบุ๋มที่ส่งวีดีโอพี่คุ่นสุดหล่อกระชากใจมาดูแลและทำให้เพื่อนคนนี้ตระหนักเห็นอะไรหลายอย่าง)

ตื่นขึ้นมาพร้อมข่าวดี

แต่เป็นข่าวดีของคนอื่น: น้องมินน้อยได้สัมภาษณ์งานกับบริษัทสถาปัตย์บริษัทใหญ่บริษัทหนึ่งในปักกิ่ง และเค้าตอบกลับมาว่ายินดีรับเข้าทำงาน ทำเอาเพื่อนอย่างฉันอยากหายตัวไปหาและพามินน้อยไปฉลองกันสองคน หวังว่ามินน้อยจะได้ใช้เวลาหลังเลิกงานวันนี้พร้อมกับการเติมเต็มและความสุข เป็นกำลังใจให้เสมอ

เมื่ออาบน้ำล้างท่าร่างกายจิตใจพร้อมเริ่มทำงาน สติบอกว่าทำเท่าที่ใจและความรู้สึกจริงใจอยากจะทำ ฉันมีปัญหาความคิดเห็นไม่ตรงกับอาจารย์ในวิชานี้มาตลอดเทอม สิ่งที่เค้าสั่งงานให้ทำ สำหรับฉันมันเป็นเพียงแค่เปลือกที่สุดท้ายกระเทาะออกมาแล้วคงต้องโยนทิ้งไปเพราะภายในนั้นฝ่อหามีน้ำเลี้ยงไม่อยู่ดี

งานนี้ฉันต้องเขียนบลอก"เยอะๆ" เพื่อขายของ"ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง" พรุ่งนี้เป็นวันที่ต้องนำเสนอบลอกนี้ต่อห้องเรียน ฉันได้ตริตรองและตัดสินใจแล้วว่า "ฉันจะเขียนในสิ่งที่ฉันเห็นว่าจำเป็นเท่านั้น" และฉันก็เขียนไปหนึ่งบลอก(จากหลายๆบลอกที่คนอื่นเค้า"พยายามยัดเยียด"ใส่กันไป)

งานเสร็จแล้ว

และนี่คือเหตุที่มีบลอกนี้ : )

ฉันนั่งอ่านบลอกที่ตัวเองเคยเขียนย้อนกลับไปเจอบลอกหนึ่งที่ตัดพ้อการเดินทางที่แสนลำบาก การถีบตัวเองออกจากบ้านอันแสนสบายมีคนคอยเอาใจมาอยู่ลำพังต้องทำอะไรเองทุกอย่าง วันนี้ฉันเจออะไรบางอย่างเข้าให้


ฉันเชื่อว่าฉันรักคนๆหนึ่งมาก มากจนไม่ต้องการอะไรจากเค้าคนนั้นเลย ตลอดสี่ปีแรกที่ฉันเชื่อ---ฉันทำได้อย่างที่ว่า

วันนี้ฉันลองมองย้อนกลับไปเพื่อทบทวนว่าเป็นเพราะอะไรฉันถึงทำได้อย่างนั้น
คำตอบคือเพราะฉันในตอนนั้นมีธรรมะ ฉันเชื่อเรื่องการปล่อยวาง ความเมตตา และอนัตตา ด้วยการกระทำดีคิดดีเหล่านั้นรังสรรค์ให้ฉันได้มีโอกาสดีๆเกิดขึ้นมากมายในชีวิต รวมถึงกับคนที่ฉันรักด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อหลายวันก่อนใยฉันจึงทุกข์?

ฉันก้าวออกมาสงบนิ่งแล้วมองเข้าไปในตัวเอง ฉันค้นพบว่าที่ผ่านมาช่วงสองปีให้หลังฉันเปลี่ยนไป ฉันละทิ้งสิ่งที่ฉันเคยถือปฏิบัติไปตอนไหนโดยไม่รู้ตัว แต่สิ่งที่ฉันถือไว้แนบอกในตอนนี้กลับเป็นความยึดติดและการล้ำเส้น---ฉันคิดว่าฉันอยากได้เขาและต้องการหลายสิ่งหลายอย่างจากเขา

ความสุขที่ได้รับมาในช่วงหลังมันคืบคลานแฝงตัวเข้ามากลืนกินความเมตตาที่ฉันมีและแปรเปลี่ยนให้เหลือแต่ความสุขที่ฉาบไว้บนผิวเปลือก ที่เมื่อขาดสติไม่รู้ตัวมันจะกระเทาะตัวเองทิ้งไปเหลือไว้แต่ความพยายามที่จะปะติดปะต่อยื้อยั้งเอามันมาไว้ที่เดิม หรือในทางพุทธศาสนาเรียกว่าการยึดติดนั่นเอง

เมื่อฉันนิ่งและฉันเห็น ฉันก็ดีใจกับน้ำตาที่เสียไป เพราะหากไม่มีเรื่องราววันนั้นฉันคงลืมไปแล้วว่าความลำบากทำให้เราหยุด คิด ไตร่ตรอง และเห็นปัญญา ปัญญาคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ฉันจะขอยึดติดสิ่งเดียวตลอดชีวิตนี้ เพราะปัญญาจะทำให้ฉันมองเรื่องราวรอบกายได้อย่างแตกฉานและเป็นจริงอยู่กับปัจจุบัน

สำหรับฉัน ความทุกข์ก่อให้เกิดการเรียนรู้ แม้ในช่วงเวลาที่ร้องไห้จะได้แต่ก่นด่าตัวเองว่าทำอย่างนี้ทำไม ร้องไห้ทำไม แต่เมื่อมันผ่านไปแล้วมองกลับไปดูก็ได้เห็นว่าดีแล้วที่มีวันนั้น เพราะวันนั้นทำให้เรารู้ว่าเราทิ้งอะไรดีๆไว้เบื้องหลัง และโชคดีที่มันยังไม่สายจนเกินไปที่จะเดินกลับไปเก็บสิ่งที่ทิ้งไว้นั้นมาดูแลอีกครั้ง

เรื่องที่ผ่านมาก็เหมือนสิ่งที่เข้ามาทดสอบ ทดสอบว่าเราแน่จริงแล้วหรือกับการดำเนินชีวิตที่โตขึ้นทุกวัน
ผลการทดสอบ: ฉันสอบตก แต่ไม่เป็นไร เค้ายังเปิดให้ซ่อมได้ : )


No comments:

Post a Comment