Sunday, May 9, 2010

สิวกับการเดินทาง



ตีสองครึ่งวันอาทิตย์ 9 พ.ค.
นับสิวบนหน้าได้ 7 เม็ดถ้วน
อากาศข้างนอกหนาว ลมแรง
ฉันเพิ่งกลับถึงบ้านด้วยเสื้อเพียงสองชั้นบางๆ

เป็นวันที่สองย่างเข้าวันที่สามของการปิดเทอม
เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันยังเครียดที่สุดในชีวิต
นอนเช้าและตื่นบ่ายตลอดภาคเรียนที่ผ่านมา
นอนเกือบเช้าและตื่นเช้าเมื่อจบภาคเรียน

ฤดูใบไม้ผลิเมตตาลดวันฝนตกและเพิ่มวันแดดออกให้โลกบริเวณนี้
การออกจากบ้านโดยไร้จุดหมายปลายทางกลับมาเป็นเพื่อนซี้กันอีกครั้ง
กระเป๋าใบใหญ่ รองเท้าไร้ส้น สมุด ปากกา หนังสือหนึ่งเล่ม น้ำหนึ่งขวด
กระเป๋าตังค์ใบเดิมและกล้องถ่ายรูปตัวเล็ก. . .กลับมาร่วมทางกันอีก

เดินจิบช็อกโกแลตร้อนที่อร่อยที่สุดในโลก(ของฉัน)
ชอปปิ้งเสื้อผ้าไม่เซลล์(แล้วค่อยรู้สึกผิดเอาไปคืน)
นั่งลงมองคนเดินผ่านไปมาแล้วยิ้ม(ในใจ)
อ่านหนังสือภาษาไทย(ที่ไม่ได้อ่านมาตั้งแต่ใบไม้ร่วงปีก่อน)
ถ่ายรูปไปเรื่อย(เรื่อย)

ดูสุข

แต่ที่จริงบางวันฉันก็จมความทุกข์
ความทุกข์ที่สังคมขีดวาด

นั่งมองรอบกาย
เจอแต่คนจบตรีและต่อโทในสาขาที่อย่างน้อยก็พอมีอะไรที่โยงเข้าหากันได้
ได้ทำงานในสิ่งที่ตนเรียนรู้มา
จบตรีถาปัตย์ ต่อโท Lighting Design, Facilities Management, Communications Design and etc.
พอหันมามองตัวเอง
หลายครั้งที่ท้อ หลายครั้งที่กลัวทำไม่ได้อย่างใครเขา คำถามได้ถูกตั้ง
"ใครจะอยากได้นักกฎหมายไปทำงานออกแบบ"
"ใครจะอยากได้นักออกแบบที่รู้กฎหมาย แต่ใช้โปรแกรมก็ยังไม่ค่อยเป็น"
รู้สึกตัวเองเป็นเป็ดที่น้ำตากำลังไหล

ฉันชอบความเป็นคนรอบรู้ แต่ฉันไม่อยากเป็นเป็ด ที่ทำตัวเหมือนจะรู้อะไรมากมาย แต่แท้จริงไม่ได้ลึกไปกับอะไรสักอย่างหนึ่ง
แต่ฉันก็รู้ตัวว่าฉันไม่ใช่. . . ไม่ใช่เป็ด

แต่เหมือนสังคมก็ยังไม่เคยสร้างที่ยืนให้แก่คนแบบฉัน ฉันเป็นเพียงผงดินลีบที่ปลิวว่อนหาที่ยึดจับ หาสิ่งที่จะทำให้ความเบาหวิวนั้นหนักแน่่น

บางทีฉันก็น้อยใจสังคมที่ใจแคบเหลือเกิน
แต่บางทีฉันก็คิดถึงคำพูดของอาจารย์ที่เคารพรัก
"คนที่เป็นผู้นำของสังคม คือคนที่แตกต่าง"

ฉันไม่ได้มีความทะนงมากพอจะหลอกตัวเองว่าตัวเองแน่ จะไปได้ไกลสุดขอบฟ้าดังฝัน
แต่อย่างน้อยคำพูดของอาจารย์ก็เป็นจุดเริ่มต้นของกำลังใจให้กับคนที่เดินอยู่เพียงลำพังบนทางเดินที่ไม่คุ้นเคย ได้เดินต่อไปอย่างอดทน พร้อมความหวังว่าสักวันอาจจะมีที่ยืนเป็นของตัวเอง

เมื่อเวลานั้นมาถึง สิวก็คงนับไม่ถ้วนไปเสียแล้ว

4 comments:

  1. รัฐศาสตร์ เป็นกว่าอีก --* มีตำนานเล่าว่า คำว่า เซ็.เป็ด เกิดจากเด็กรัฐศาสตร์

    บินได้ ว่ายน้ำได้ ทำได้หมด เเต่ไมเด่นซักอย่าง เลยเกิดอาการ เซ็งเป็ด 555+
    เเต่เป็ดจะเติบโต ได้ เป้นพญาซุปเปอร์เป็ด ฟังดูเเล้วก้น่ากินดี 555

    เเค่รอวันเป็ดเติบโต วู้วๆ จากสหายเป็ด

    ReplyDelete
  2. แต่สหายเป็ด
    ตอนเราเด็กๆ บ้านเราเลี้ยงเป็ด มีเป็ดตัวนึงโดนหมาเรากัดตายโดยไม่มีความผิด
    เป็ดตัวนั้นอดเติบโตเป็นพญาเป็ด

    บางทีหมาก็ควรถูกกันออกไปจากสังคมเป็ดเช่นกัน

    จากสหายเป็ดที่กำลังว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกัน
    เซ็งเป็ด. .​ .

    ReplyDelete
  3. ถึงเป็นเป็ด ก็จงเป็นเป็ดที่ภาคภูมิใจ

    เป็ดตัวไม่ใหญ่เหมือนห่าน
    เป็ดไม่ขันและไม่จิกใคร
    เป็ดรักสงบ
    เป็ดสวยๆมีถมไป
    เป็ดอร่อย

    ถ้าโลกนี้ไม่มีเป็ด โลกก็เป็นโลกที่ไม่สมบูรณ์

    ReplyDelete
  4. "ถ้าโลกนี้ไม่มีเป็ด โลกก็เป็นโลกที่ไม่สมบูรณ์"

    เล่นง่ายนะ. . .
    เหมือนพูดว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีเรา ไม่มีแก โลกนี้ก็คงไม่มีเราไม่มีแกวันนี้. . .

    ตึง!

    ป.ล. อาจารย์จ๋ายก็พูดเรื่อง super เป็ดเหมือนชนะเมืองเลยอะ. . .เอ. .มันเป็นเรื่องเล่าที่แพร่หลายหรอกเหรอนี่

    ReplyDelete