Sunday, November 15, 2009

บทความเกิดจากความจริงใจ ณ ขณะหนึ่ง


เป็นเวลาสองวันเต็มที่ฉันนั่งมองหน้าจอว่างเปล่าที่กำลังรอฉันป้อนถ้อยคำลงไป ถ้อยคำอะไรก็ได้ที่จะบ่งบอกว่าฉันเป็นคนเขียนหนังสือ

สองวันผ่านไปพร้อมความว่างเปล่า

ฉันคิดกับตัวเอง
"หรือฉันจะไม่สามารถเขียนสิ่งใดได้อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากความสงสัยต่อโลกใบนี้เริ่มมีน้อยลงไปทุกที"

มิใช่ฉันชัดเจนขึ้น แต่ฉันปล่อยวางมันไปแล้วต่างหาก

แม้ไม่มีถ้อยคำใดๆจะเขียนลงไป แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าอยากเขียนอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้ที่จะยืนยันสถานะความเป็นอยู่ของฉันในปัจจุบันนี้ สุดท้ายฉันลงเอยด้วยการเขียนในสิ่งที่เป็นอยู่ นั่นคือการไม่มีอะไรจะเขียนนั่นอย่างไรหละ

การซื่อสัตย์ต่อสถานภาพปัจจุบันนั้นอาจจะไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีต่อตัวเราเองอย่างเห็นได้ชัดเท่าไหร่ แต่น่าจะเป็นผลดีต่อบุคคลรุ่นต่อๆไป เพราะอย่างน้อยสิ่งที่พวกเขาได้อ่านในวันข้างหน้านั้นมันมาจากความพยายามชัดเจนที่สุดของบุคคลคนหนึ่งต่อชีวิตหนึ่งที่เขามี

จริงอยู่ว่าเราหาความแน่นอนของสรรพสิ่งรอบกายเราได้ยากเหลือเกิน แต่ก็คงไม่แย่จนเกินไปหากเราจะพยายามแน่นอนเท่าที่จะทำได้ แม้ภาพรวมมันจะออกมาเลือนลาง แต่บางทีขณะเวลาปัจจุบันอาจจะยังบอกอะไรไม่ได้เองต่างหาก วันพรุ่งนี้อาจจะพอมองเห็น

นี่คือสถานภาพปัจจุบันของฉัน

เลือนลาง แต่ก็หนักแน่น

ฉันรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่แค่ผลของมันอาจไม่มีอยู่ในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ แต่จะมีสักวันที่มันจะชัดเจน

ฉันขอเวลา

4 comments:

  1. วันนี้ไม่เห็น พรุ่งนี้ก็ต้องได้เห็น
    พรุ่งนี้ไม่เห็น วันหน้าก็ต้องเห็นอยู่ดี

    อย่าเหนื่อยก่อนละกัน ^-^

    ReplyDelete
  2. ถ้าตายก่อนหละ?

    แต่เราไม่ค่อยเห็นคนตายก่อนสร้างอะไรทิ้งไว้สักอย่าง สักอย่างที่คนอื่นๆมองมาจะบอกได้ว่านี่คือสิ่งของเค้า หรือ signature ในภาษาถิ่นแถวนี้

    แปลว่ายังไม่ถึงวันของเราแน่ๆ

    ReplyDelete
  3. แก มั่นใจหรอว่าตอนนี้
    แกยังไม่ได้สร้างอะไรไว้
    เพียงแค่แกยังไม่พอใจกับมันเท่านั้นเองรึป่าว

    ReplyDelete
  4. บางทีก็ท้อ
    แต่ก็มองกลับไปว่า คนที่ไม่เคยลำบากคือคนที่ไม่ทำอะไรเลยต่างหาก
    ได้เวลาหลุดออกจากโลกอุดมคติที่ใช้ชีวิตโดยไม่สนใจหะอะไรเลยตอนเรียนนิติแล้วสินะ

    ReplyDelete