
ในวันที่ใครสักคนได้เดินทางกลับบ้าน กับ ในวันที่ใครสักคนได้ออกเดินทาง
ไม่ว่าจะเดินทางไปทางไหนก็ตาม สิ่งที่เหลืออยู่ข้างหลังก่อนปิดประตูก็คือความทรงจำ
ฉันใช้ชีวิตผ่านการเดินออกจากบ้านมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง ไปยังจุดหมายปลายทางเส้นใหม่ ผ่านการปรับตัวและความเหงา แต่ละครั้งไม่เคยเหมือนเดิม
แต่ละครั้งไม่เคยอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ
แต่ละครั้งไม่เคยมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วรู้สึกว่าคุ้นเคย
ทุกครั้งมาพร้อมกับการเริ่มต้นใหม่
จากโคราชมากรุงเทพฯ
ต้องตื่นนอนตอนตีห้า จากเคยตื่นตอนเจ็ดโมงเช้า
ต้องเดินออกไปรอรถมารับที่ป้าย จากที่เคยมีรถเปิดประตูรอรับอยู่หน้าบ้าน
ต้องยอมรับกับการถึงบ้านที่ไม่มีคนรออยู่เหมือนเคย ไม่มีมื้อเย็นร่วมกัน
จนคุ้นเคย แล้วก็ต้องจากกัน
จากลาดพร้าวมาถึงราชเทวี
จากเคยเดินขึ้นชั้นบนชั้นล่าง พื้นที่เหลือเป็นของตัวเองเพียงหนึ่งห้องสี่เหลี่ยม
ตื่น ไปเรียน กลับห้อง กินข้าว เข้านอน ลำพัง
เพื่อนมาหาบ้าง เพราะห้องอยู่ใกล้โรงเรียน
จนคุ้นเคย แล้วก็ต้องจากกัน
จากราชเทวีมาถึงหอในฯเฟื่องฟ้า
จากเคยใช้พื้นที่ในห้องตามลำพัง สี่คนต้องแบ่งกันคนละมุม
จากเคยเปิดเพลงที่ชอบฟัง กลับต้องใช้หูฟังเพราะต่างคนต่างรสนิยม
จากเคยได้นั่งมองดูผู้คนบนรถเมล์ตอนไป-กลับโรงเรียน ต้องเดินไปคณะผ่านเส้นทางและสิ่งแวดล้อมเดิมๆ
จนคุ้นเคย แล้วก็ต้องจากกัน
จากหอในฯเฟื่องฟ้ามาถึงนิวยอร์ก
จากการมีเพื่อนที่จะไปหาที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ฉันเริ่มต้นชีวิตที่นี่จากการมีชื่อบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือเป็นเบอร์โทรกลับประเทศไทยเพียงเบอร์เดียว
จากการหิวเมื่อไหร่ก็ไปซื้ออะไรกิน ที่นี่ทำไม่ได้นอกจากควรจะทำอาหารกินเอง การซื้อของกินควรเป็นเรื่องของความพิเศษ
จากที่เคยตีเทนนิสทุกวัน ที่นี่ผ่านมาจะสองปี ได้เล่นไปหนึ่งครั้ง
จากที่คิดถึงบ้านเมื่อไหร่ก็ไปหมอชิตซื้อตั๋ว หลับไปชั่วโมงครึ่ง นั่งฟังเพลงอีกชั่วโมงครึ่งถึงบ้าน ที่นี่ฉันกลับบ้านได้ 365 วันต่อหนึ่งครั้ง
จากที่เคยอยากกินอะไรก็โทรไปอ้อน ที่นี่ทำได้แค่ทำใจ
จนคุ้นเคย...
เวลาผ่านไป เริ่มคุ้นตา เดี๋ยวคงได้เวลาจากลากันอีกครั้ง
ป.ล. เพราะเมเรียนจบจากอังกฤษกำลังบินอยู่บนฟากฟ้ากลับสู่เมืองไทย จึงมีบลอกนี้ขึ้น
พบเพื่อพลัดพราก จากเพื่อเจอ อยู่เพื่อเรียนรู้และเข้าใจ
ReplyDeleteเหงาหวะ
มึงนี่นางเอกเหลือหลาย
ReplyDelete